รองเท้าคู่โปรดที่ใส่มาเป็นปีอยู่ๆ ก็อ้าปากตอนกำลังรีบไปข้างนอก เสียงพื้นดังแปะๆ ทุกก้าวเดินชวนให้หงุดหงิด ยิ่งถ้าเป็นคู่ที่ทรงสวยใส่สบายหายาก จะทิ้งก็เสียดาย จะเอาไปให้ร้านทำก็เจอราคาครึ่งนึงของรองเท้าใหม่ แถมต้องรอคิวอีกเป็นอาทิตย์ พอเจอแบบนี้เลยเริ่มมองหาทางทำเองที่บ้าน เพราะเชื่อว่าถ้ามีอุปกรณ์ไม่กี่อย่างกับเวลาว่างนิดหน่อยก็กลับมาใส่ได้เหมือนเดิม ประหยัดงบไปได้หลายร้อยบาท
ยุคนี้ของแพงขึ้นทุกอย่าง อะไรซ่อมได้ก็อยากลองซ่อมก่อน ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นความรู้สึกผูกพันกับของที่อยู่ด้วยกันมานานด้วย การลงมือทำเองยังทำให้เข้าใจวัสดุ เข้าใจว่าตรงไหนพังเพราะอะไร พอทำสำเร็จแล้วใส่เดินได้ปกติเหมือนเดิมมันภูมิใจแบบบอกไม่ถูก เหมือนได้รองเท้าคู่ใหม่โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แค่มีใจกล้าลองกับข้อมูลที่ชัดพอ ก็ไม่ต้องง้อช่างแล้ว
วิธีแก้รองเท้าผ้าใบพื้นหลุด
พื้นรองเท้าผ้าใบที่อ้าออกมาแบบเดินแล้วดังแปะๆ จัดการครั้งแรกด้วยการดึงส่วนที่หลุดออกให้กว้างพอเห็นรอยกาวเก่า แล้วเอาแปรงสีฟันเก่าหรือไม้จิ้มฟันขูดเศษฝุ่นเศษทรายออกให้หมด เคยใช้ผ้าเปียกเช็ดแล้วไม่พอ ต้องใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลหรือน้ำยาล้างเล็บที่ไม่มีสีเช็ดซ้ำจนผ้าไม่ดำถึงจะถือว่าสะอาดจริง ปล่อยให้แห้งสนิทแบบไม่รีบ เพราะถ้ามีความชื้นนิดเดียว กาวใหม่จะติดไม่ทนเลย
เรื่องกาวนี่เจ็บมาเยอะ กาวร้อนหลอดละ 3-5 บาทตามร้าน 20 บาทก็มี แต่แห้งแข็งแล้วเดินไม่กี่วันก็แตกอีก ส่วนตัวมาจบที่กาวยางอเนกประสงค์ Pattex หลอดเล็ก 15 กรัม ราคาประมาณ 36 บาท หาซื้อง่ายตามร้านวัสดุก่อสร้าง หรือ 3M Scotch แบบกระป๋อง 80 กรัม ราคาประมาณ 61 บาท ถ้าอยากได้แบบทนน้ำทนร้อนจริงจังก็มี UHU Contact Liquid 33 มล. ราว 84 บาท ส่วน Gear Aid Aquaseal ที่ฝรั่งชอบใช้ดีมากแต่ราคาแรงถึง 435 บาท เอาไว้ซ่อมรองเท้าเดินป่าที่อยากเก็บไว้นานๆ คุ้มกว่าไปจ้างร้านที่คิดคู่ละ 200-300 บาท
ก่อนทากาว อย่าข้ามขั้นตอนขัดผิวเด็ดขาด เอากระดาษทรายเบอร์ 100-220 ลูบทั้งบนพื้นยางและใต้ผ้าใบตรงที่หลุด ให้ผิวมันๆ เปลี่ยนเป็นด้านๆ เหมือนกระดาษลัง ขัดเสร็จเคาะฝุ่นออก แล้วเช็ดด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์หรืออะซิโตนอีกที วิธีนี้ช่างซ่อมรองเท้าแถวลพบุรีก็ทำเหมือนกัน เขาบอกว่าผิวที่หยาบจะให้กาวยางเกาะแบบล็อกกลไก ไม่ใช่แค่แปะผิวเรียบๆ พอเช็ดเสร็จทิ้งไว้ 5-10 นาทีให้กลิ่นแอลกอฮอล์หายหมด
ตอนทากาวให้ทาบางๆ ทั้งสองฝั่ง อย่าบีบเป็นก้อน ใช้ไม้ไอศกรีมหรือปลายหลอดเกลี่ยให้ทั่วขอบ ถ้าเป็นกาวยางแบบ contact ต้องรอให้แห้งหมาดก่อนประมาณ 5-15 นาที จับดูแล้วเหนียวติดนิ้วแต่ไม่เปียก ถึงค่อยประกบ ถ้าเป็นพวกโพลียูรีเทนแบบหลอดใสๆ ให้ประกบทันทีตอนยังเปียกแล้วค่อยจัดทรง จุดสำคัญคือจัดแนวให้ตรงตั้งแต่ครั้งแรก เพราะกาวพวกนี้ติดแล้วดึงออกยากมาก เคยพลาดแล้วพื้นเบี้ยว เดินแล้วเจ็บข้อเท้าเลย
ประกบเสร็จต้องหาอะไรมารัดให้แน่น ไม่ใช่แค่เอามือกด 30 วินาทีแล้วจบ เคยดูคลิปช่างมือสองในไอจี เขาใช้เคเบิลไทร์สีดำรัดรอบรองเท้าเป็นปล้องๆ แล้วดึงให้ตึง หรือจะใช้คลิปหนีบกระดาษตัวใหญ่ หนังยางรัดแกงหลายเส้นพันก็ได้เหมือนกัน วางรองเท้าไว้ใต้ขาโต๊ะแล้วเอาหนังสือเรียนเล่มหนาๆ ทับอีกที ทิ้งไว้แบบนั้นข้ามคืนเป็นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ถ้าอากาศชื้นๆ แบบหน้าฝนกรุงเทพ ทิ้งไว้ 48-72 ชั่วโมงยิ่งดี อย่าใจร้อนใส่เดินก่อน กาวยังไม่เซ็ตตัวเต็มที่
สำหรับรอยแยกเล็กๆ ตรงหัวรองเท้าหรือขอบข้าง ใช้ไซริงค์ฉีดยาที่ซื้อจากร้านขายยาหลอดละไม่กี่บาท ดูดกาวแล้วหยอดลงไปจะคุมปริมาณได้ดีกว่าบีบจากหลอดโดยตรง วิธีนี้เห็นช่างที่ชื่อชัชshoe ทำบ่อย เขาสวมถุงมือยาง ใส่หน้ากาก เปิดพัดลมระบายอากาศ เพราะกลิ่นกาวยางแรงพอสมควร พอหยอดเสร็จใช้ผ้าแห้งเช็ดส่วนที่ล้นออกทันที อย่าปล่อยให้แห้งแล้วค่อยขูด จะเป็นคราบเหลืองๆ ขัดไม่ออก
พอครบเวลาแกะที่รัดออก เอามีดคัตเตอร์ลูบเบาๆ เก็บคราบกาวส่วนเกิน แล้วลองงอพื้นดู ถ้าไม่มีเสียงแควกและขอบไม่เผยอถือว่าใช้ได้ อย่าเอาไปวิ่งทันที ให้ใส่เดินในบ้านสักวันสองวันก่อน หลังจากซ่อมแล้วพยายามอย่าแช่น้ำนานๆ อย่าตากแดดจัดตรงๆ เก็บในที่ร่มจะช่วยยืดอายุได้อีกหลายเดือน ประสบการณ์บอกว่ารองเท้าคู่ละ 1,200 บาท ซ่อมเองด้วยกาวหลอด 36 บาท ใช้ต่อได้อีกเป็นปี ประหยัดกว่าซื้อใหม่เยอะ และรู้สึกผูกพันกับรองเท้าคู่นั้นมากขึ้นด้วย
สรุป
- เตรียมพื้นรองเท้าให้สะอาดและแห้งสนิทก่อนเริ่มงาน
- เลือกกาวยางหรือกาวยูรีเทนที่ยืดหยุ่น ไม่ใช้กาวร้อนทั่วไป
- ขัดผิวด้านในด้วยกระดาษทรายให้หยาบแล้วเช็ดด้วยแอลกอฮอล์
- ทากาวบางๆ ทั้งสองฝั่ง รอให้เหนียวหมาดก่อนประกบ
- รัดให้แน่นด้วยเคเบิลไทร์หรือของหนัก ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ใช้ไซริงค์หยอดกาวเก็บงานรอยเล็ก เช็ดส่วนเกินทันที
- ตรวจรอยต่อหลังแห้งแล้วค่อยใส่เดินเบาๆ งดโดนน้ำแดดจัด






