แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Adidas แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Adidas แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

รองเท้า Adidas Samba ของแท้ดูยังไง และปัญหาที่เจอสำหรับของปลอม

กระแสสตรีทแวร์กำลังมาแรง คงไม่มีใครไม่รู้จัก Adidas Samba รองเท้าสนีกเกอร์รุ่นตำนานที่เปลี่ยนสถานะจากสนามฟุตบอลสู่อไอคอนแฟชั่นระดับโลก ด้วยดีไซน์คลาสสิกที่ใส่ได้ทุกวันและเข้าได้กับทุกสไตล์ ทำให้ Samba กลายเป็นรองเท้าที่ใครๆ ก็อยากมีสักคู่ แต่ความนิยมที่สูงลิ่วนี้ก็มาพร้อมกับปัญหาใหญ่ นั่นคือการแพร่ระบาดของ ของปลอม ที่ทำออกมาได้เนียนจนแทบแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า การรู้วิธีสังเกตจุดสำคัญจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คนรักรองเท้าต้องรู้ไว้ก่อนควักกระเป๋าจ่าย

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแงมุมของ Adidas Samba ตั้งแต่การทำความรู้จักรูปแบบและประวัติศาสตร์ของรองเท้ารุ่นนี้ ไปจนถึง วิธีเช็คของแท้ 100% ด้วยตัวเองแบบละเอียดทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นรอยเย็บ โลโก้ วัสดุ ไปจนถึงกล่องบรรจุภัณฑ์ พร้อมแนะนำช่องทางซื้อที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในประเทศไทย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ทุกครั้งว่ารองเท้าคู่ใหม่ที่ได้มานั้นเป็นของแท้แน่นอน ไม่ใช่ของเลียนแบบที่ซื้อมาแล้วต้องเสียดายเพราะโดนหลอก

วิธีดู Adidas Samba ของแท้

เช็ค 4 จุดหลักนี้ก่อนซื้อ รับรองไม่โดนของปลอม:

1. รอยหยักตรงสามแถบ (Three Stripes)

  • ของแท้: รอยหยักบริเวณขอบในของสามแถบด้านข้างจะ สม่ำเสมอและคมชัด ตลอดทั้งเส้น
  • ของปลอม: ขอบมักจะไม่เรียบ หยักไม่สม่ำเสมอ หรือดูเบลอ

2. ตัวอักษร "SAMBA" ด้านข้าง

  • ของแท้: ตัวอักษรสีทองจะ หนา ชัดเจน ขนาดเท่ากันทุกตัว และเรียงตรงสวยงาม
  • ของปลอม: ตัวอักษรมักบางไม่สม่ำเสมอ สีทองซีด หรือขนาดตัวไม่เท่ากัน 

3. รอยตะเข็บใกล้ตัวอักษร SAMBA

  • ของแท้: เส้นตะเข็บเย็บใกล้ตัวอักษรจะเป็น เส้นตรง และเมื่อถึงจุดตัดจะ หักมุมฉาก 90 องศา อย่างสวยงาม 
  • ของปลอม: เส้นตะเข็บมักจะ โค้งมน เกือบขนานไปกับขอบรองเท้า และลากยาวเป็นเส้นโค้งไปจนเกือบถึงพื้น

4. รอยเย็บบริเวณ Collar (ส้นเท้า)

  • ของแท้: งานเย็บละเอียด เรียบสนิท เป็นระเบียบ ไม่เห็นด้ายหลุดรุ่ย หรือปมด้ายโผล่
  • ของปลอม: รอยเย็บตื้น ด้ายหลุดรุ่ย เย็บลวกๆ หรือมีปมด้ายให้เห็นชัดเจน 

จุดเช็คเพิ่มเติม

  • กล่องรองเท้า: กล่องของแท้จะแข็งแรง โลโก้พิมพ์คมชัด ฉลากสินค้าตรงกับรายละเอียดในรองเท้า และมีสติ๊กเกอร์กันเชื้อรา 
  • พื้นรองเท้า (Sole): ลายดอกยางต้องลึก ชัดเจน และโลโก้ Adidas ที่ปั๊มไว้ต้องคม 
  • ลิ้นรองเท้า: ปลายลิ้นของแท้จะเก็บขอบเรียบร้อย ไม่มีปลายติ่งหนังโผล่ออกมา
  • รหัสคู่ซ้าย-ขวา: ต้องไม่เหมือนกัน (ของแท้แต่ละข้างจะมี Serial Number เฉพาะ) 

ราคาอ้างอิง: Adidas Samba OG ของแท้ราคาประมาณ 3,800 บาท (ราคาอาจแตกต่างกันตามรุ่นและช่องทางจัดจำหน่าย) 

ปัญหาหลักๆ ที่พบบ่อยในรองเท้า Adidas Samba ของปลอม มีดังนี้:

1. งานเย็บและตะเข็บหยาบ

  • รอยเย็บบริเวณ Collar (ส้นเท้า): ของปลอมมักเย็บตื้น ไม่ละเอียด เห็นปมด้ายโผล่ หรือมีด้ายหลุดรุ่ยออกมาชัดเจน ในขณะที่ของแท้จะเย็บลึก เรียบสนิท และเป็นระเบียบมาก 
  • รอยตะเข็บใกล้ตัวอักษร "SAMBA": ของปลอมมักเย็บเป็นเส้นโค้งขนานไปกับขอบรองเท้า ไม่มีการหักมุมฉาก 90 องศาอย่างสวยงามเหมือนของแท้ 

2. โลโก้และตัวอักษรไม่ได้มาตรฐาน

  • ฟอนต์ "SAMBA" สีทอง: ตัวอักษรบาง ไม่สม่ำเสมอ ไม่มีความนูน หรือสีทองซีดจาง ไม่เงางามเหมือนของแท้ 
  • รอยหยักสามแถบ (3-Stripes): รอยหยักบริเวณขอบในของสามแถบสีดำจะห่างกัน ไม่ถี่และไม่ชิดเท่าของแท้ ทำให้ดูไม่คมชัด 
  • ป้ายลิ้นรองเท้า (Tongue Label): โลโก้ Adidas และตัวหนังสือเบลอ พิมพ์ไม่ชัด มีรอยเปื้อน หรือแม้แต่การสะกดคำผิด 

3. วัสดุและรูปทรงผิดเพี้ยน

  • ปลายลิ้นรองเท้า: ของปลอมมักมีปลายติ่งหนังโผล่ออกมา หรือเก็บขอบไม่เรียบร้อย ในขณะที่ของแท้จะตัดมาพอดีและเรียบเนียน
  • คุณภาพหนังและซูเอด: หนังแข็งกระด้าง ลายซูเอดด้านปลายเท้า (T-toe) ดูไม่ธรรมชาติ หรือสีผิดเพี้ยนจากมาตรฐาน 
  • พื้นรองเท้า (Gum Sole): ลายดอกยางไม่ลึก สีพื้นยางผิดโทน (ออกแดงหรือซีดเกินไป) และโลโก้ที่ปั๊มไว้ไม่คมชัด 

4. กล่องและเอกสารกำกับไม่ตรง

  • ฉลากกล่อง (Box Label): ข้อมูลบนฉลากไม่ตรงกับรายละเอียดในรองเท้า (เช่น ไซส์, รหัสรุ่น, ประเทศผู้ผลิต) หรือฟอนต์บนฉลากผิดไปจากมาตรฐาน 
  • -tags: ไม่มี tags กำกับ หรือ tags ที่แถมมามีข้อมูลไม่ครบถ้วน สะกดผิด หรือติดมาอย่างหลวมๆ 
  • คุณภาพกล่อง: กล่องบาง นิ่มยุบง่าย โลโก้ Adidas บนกล่องพิมพ์ไม่คม หรือสีเพี้ยน

5. รหัสคู่ซ้าย-ขวาซ้ำกัน

  • Serial Number: ของแท้แต่ละข้างจะมีรหัส Serial Number ไม่เหมือนกัน (ซ้ายและขวาต้องคนละรหัส) แต่ของปลอมมักใช้รหัสเดียวกันทั้งคู่

ข้อควรระวัง: ปัจจุบันของปลอมมีเกรดสูง (Super Fake) ที่เลียนแบบได้ใกล้เคียงมาก แนะนำให้ซื้อจากช่องทางทางการอย่าง Adidas Thailand, JD Sports, หรือร้านที่ให้บริการตรวจสอบของแท้ (เช่น SASOM) เพื่อความมั่นใจสูงสุด


เกี่ยวกับรองเท้า Adidas Samba

Adidas Samba เป็น รองเท้าสนีกเกอร์ลำลอง (Casual Sneaker) ที่มีต้นกำเนิดมาจาก รองเท้าฟุตบอล (Indoor Soccer/Futsal Shoes)

ข้อมูลจำเพาะ

  • ประเภทรองเท้า: สนีกเกอร์ลำลอง (Casual Sneaker) / รองเท้าอินดอร์ซอกเกอร์
  • ปีที่เปิดตัว: 1949 (โดย Adolf Dassler ผู้ก่อตั้ง Adidas)
  • จุดเริ่มต้น: ออกแบบมาเพื่อให้นักฟุตบอลใส่ ซ้อมบนสนามหญ้าที่มีน้ำแข็ง ในฤดูหนาว
  • ชื่อรุ่น: ตั้งชื่อตามจังหวะ "ซัมบา" ของบราซิล เพื่อรองรับฟุตบอลโลก 1950
  • สถานะปัจจุบัน: รองเท้าแฟชั่นสตรีทแวร์ยอดนิยม (Streetwear Icon)

วิวัฒนาการที่น่าสนใจ

  • ยุคเริ่มต้น (1949-1950s): เกิดมาในฐานะ รองเท้าสตั๊ดอินดอร์ โดยมีพื้นยางพิเศษที่ยึดเกาะได้ดีแม้บนพื้นแข็งหรือพื้นน้ำแข็ง
  • ยุคเปลี่ยนผ่าน (1970s-1990s): ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายโดย นักสเกตบอร์ด และวัฒนธรรมฮิปฮอป เนื่องจากพื้นยางที่เหนียวและหุ้มข้อเท้าที่ดี
  • ยุคปัจจุบัน (2020s): กลายเป็น ไอคอนแห่งแฟชั่นสตรีท ที่คนทั่วโลกสวมใส่ในชีวิตประจำวัน จับคู่ได้ทั้งชุดลำลองและชุดแฟชั่นไฮเอนด์

จุดเด่นของดีไซน์

  • Upper: หนังฟูลเกรน (Full-grain leather) ประดับด้วยหนังซูเอด (Suede) บริเวณปลายเท้ารูปตัว T (T-toe)
  • Sole: พื้นยางสีน้ำตาลเข้มแบบ Gum Sole ที่เพิ่มการยึดเกาะและเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น
  • Detail: โลโก้สามแถบ (3-Stripes) และตัวอักษร "SAMBA" สีทองด้านข้าง

ปัจจุบัน Samba ถือเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดอันดับ 2 ของ Adidas (รองจาก Stan Smith) ด้วยยอดขายกว่า 35 ล้านคู่ทั่วโลก และยังเป็นรองเท้าที่สวมใส่ได้จริงในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่เดินเล่นในเมืองไปจนถึงเล่นสเกตบอร์ด

Read more ...

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

กระเป๋าหูรูด Nike และ Adidas ดียังไง เอาไปใช้ทำอะไร

หากคุณกำลังมองหากระเป๋าที่ตอบโจทย์ความคล่องตัว ใช้งานได้หลากหลาย และสะท้อนไลฟ์สไตล์แบบ Urban Sport กระเป๋าหูรูดจาก Nike และ Adidas คือคำตอบที่น่าสนใจ ด้วยการออกแบบที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับดีไซน์มินิมอล ทำให้น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และมีความทนทานสูง ไม่ว่าจะพกพาไปยิมสำหรับใส่ชุดออกกำลังกายและรองเท้า ใช้เป็นกระเป๋าใบเสริมสำหรับการเดินทาง หรือแม้กระทั่งพกพาสมุดจดและของใช้ส่วนตัวในวันเรียนหรือวันทำงานที่เน้นความเรียบง่าย กระเป๋าหูรูดเหล่านี้ก็พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นในทุกกิจกรรม เรามาเจาะลึกความคุ้มค่าและรุ่นยอดนิยมของทั้งสองแบรนด์กันครับ

ทำไมกระเป๋าหูรูด Nike & Adidas ถึงเป็นไอเทมยอดฮิต? (จุดเด่น)

  • น้ำหนักเบาและพกพาสะดวกอย่างเหลือเชื่อ: ส่วนใหญ่มักผลิตจากโพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือผ้าตาข่าย (Mesh) คุณภาพสูง ทำให้ตัวกระเป๋ามีน้ำหนักเบามาก สามารถพับเก็บให้เหลือขนาดเล็กจิ๋วเพื่อพกพาไว้ในกระเป๋าใบใหญ่หรือใต้เบาะรถได้โดยไม่กินที่
  • ความทนทานที่คุ้มค่าเกินราคา: แม้จะมีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงพันต้นๆ แต่เนื้อผ้าถูกออกแบบมาให้ทนต่อแรงดึงและน้ำหนักสิ่งของได้ดีเยี่ยม สายสะพายมักทำจากเชือกไนลอนหนาที่ใช้งานได้นานหลายปีโดยไม่ขาดง่าย
  • ระบบระบายอากาศที่ยอดเยี่ยม: โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นผ้าตาข่าย (เช่น Adidas 3D Mesh) จะช่วยลดการสะสมของกลิ่นอับจากเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อหรือรองเท้ากีฬาได้ทันที เหมาะมากสำหรับใช้หลังออกกำลังกาย
  • ดีไซน์มินิมอลแต่ดูดี: ด้วยโลโก้ที่เป็นเอกลักษณ์ทั้ง Swoosh ของ Nike และ Three Stripes ของ Adidas ทำให้แมตช์เข้ากับชุดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นชุดออกกำลังกายหรือลุค Casual ในวันสบายๆ
  • ฟังก์ชันเสริมที่ตอบโจทย์: รุ่นยอดนิยมส่วนใหญ่ไม่ได้มีแค่ช่องเดียว แต่จะมี ช่องซิปเสริม (Side/Front Zip Pocket) สำหรับแยกใส่ของมีค่าชิ้นเล็ก เช่น มือถือ กุญแจรถ หรือบัตรสมาชิกยิม เพื่อให้หยิบใช้ได้ง่ายไม่ต้องควานหา
กระเป๋าหูรูด Nike และ Adidas ดียังไง เอาไปใช้ทำอะไร

4 รูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

  1. เพื่อนคู่ใจไปยิมและสนามกีฬา (Gym Essential) ใช้ใส่ชุดออกกำลังกายสำรอง ผ้าเช็ดตัว หรือขวดน้ำ, Tip: สามารถใช้แยกเก็บรองเท้ากีฬาเพื่อไม่ให้คราบดินหรือกลิ่นไปปนกับของใช้อื่นในกระเป๋าหลัก
  2. กระเป๋าสำหรับวันเรียนหรือทำงาน (Daily Use) เหมาะสำหรับใส่สมุดจด หนังสือ กล่องอาหารกลางวัน หรือเสื้อคลุมกันหนาว, ให้ลุคที่ดูคล่องตัวกว่าการหิ้วถุงผ้าทั่วไป และช่วยกระจายน้ำหนักลงบนไหล่ทั้งสองข้างทำให้ไม่ปวดไหล่
  3. อุปกรณ์เสริมสำหรับการเดินทาง (Travel Must-have) ใช้เป็น Laundry Bag เพื่อแยกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วออกจากเสื้อผ้าสะอาดในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่, ใช้เป็นกระเป๋าสำรองสำหรับเดินเที่ยวในเมือง หรือใส่ของสำคัญที่ต้องหยิบใช้บ่อยบนเครื่องบิน
  4. ลุยกิจกรรมเอาท์ดอร์และชายหาด (Outdoor & Beach) รุ่นที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์มักแห้งไว ส่วนรุ่นผ้าตาข่ายจะช่วยระบายเม็ดทรายและหยดน้ำได้ดี เหมาะกับการใส่ชุดว่ายน้ำและอุปกรณ์ริมหาด

รุ่นแนะนำที่ควรมีไว้

ฝั่ง Nike

  • Nike Heritage Gym Sack รุ่นคลาสสิกที่ใช้ผ้าเนื้อหนาขึ้นมาหน่อย มีช่องซิปด้านข้างที่ลึกและปลอดภัย กันละอองน้ำได้เล็กน้อย
  • Nike Alpha Gym Sack เน้นความจุและการจัดระเบียบ ทรงกระเป๋าจะตั้งตรงกว่ารุ่นอื่น ทำให้ใส่ของชิ้นใหญ่ได้สะดวก

ฝั่ง Adidas

  • Adidas Alliance Sackpack รุ่นยอดนิยมตลอดกาล โดดเด่นด้วยช่องตาข่ายด้านข้างสำหรับใส่ขวดน้ำ และช่องซิปด้านหน้าขนาดใหญ่
  • Adidas 3D Mesh / Training Gym Sack เน้นการดีไซน์ที่ทันสมัยและรูระบายอากาศรอบตัวกระเป๋า เหมาะสำหรับสายลุยที่ต้องการความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ

สรุปความคุ้มค่า

หากคุณมองหา "กระเป๋าใบที่สอง" ที่เน้นความอึด ถึก ทน และไม่ต้องประคบประหงมมากนัก กระเป๋าหูรูดจาก Nike และ Adidas คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์แบรนด์และอายุการใช้งาน

ราคากระเป๋าหูรูด Nike และ Adidas ล่าสุด

ฝั่ง Nike: เน้นความสวยงามและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์

  • Nike Heritage Drawstring Bag (13L) ราคาปกติ: 750 บาท, ราคาโปรโมชั่นออนไลน์: 490 - 550 บาท (พบได้บ่อยใน LazFlash หรือ Shopee Mall), จุดเด่น: มีช่องซิปด้านข้างที่ใช้งานสะดวก ผ้ามีความหนาและคงรูปได้ดี
  • Nike Brasilia 9.5 Training Gymsack (18L) ราคาปกติ: 900 บาท, ราคาโปรโมชั่นออนไลน์: 580 - 720 บาท, จุดเด่น: ขนาดใหญ่กว่ารุ่น Heritage เล็กน้อย ก้นกระเป๋าเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักอุปกรณ์กีฬา
  • Nike Academy Gymsack ราคาปกติ: 750 บาท, ราคาโปรโมชั่นออนไลน์: 540 - 675 บาท, จุดเด่น: เน้นการระบายอากาศที่ดี เหมาะสำหรับใส่สตั๊ดหรือชุดบอลที่เปียกชื้น

ฝั่ง Adidas: เน้นความคุ้มค่าและความหลากหลายของฟังก์ชัน

  • Adidas Linear Gym Sack: ราคาปกติ: 500 บาท, ราคาโปรโมชั่นออนไลน์: 320 - 450 บาท, จุดเด่น: ราคาประหยัดที่สุด ดีไซน์มินิมอลพร้อมโลโก้ขนาดใหญ่ เหมาะกับสายสปอร์ตเริ่มต้น
  • Adidas Adicolor / Originals Gym Sack: ราคาปกติ: 800 บาท, ราคาโปรโมชั่นออนไลน์: 550 - 640 บาท, จุดเด่น: โลโก้ Trefoil สุดคลาสสิก เนื้อผ้าและสายสะพายจะมีความนุ่มนวลกว่ารุ่น Performance
  • Adidas EP/Syst. Gym Bag: ราคาปกติ: 800 บาท, ราคาโปรโมชั่นออนไลน์: 590 - 720 บาท, จุดเด่น: มีความทนทานสูงมาก ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนัก (Heavy Duty) 

สรุปเปรียบเทียบและทริคการเลือกซื้อ

เรื่องราคา: Adidas ยังคงครองแชมป์ความคุ้มค่า โดยเฉพาะรุ่นเริ่มต้นที่หาซื้อได้ในราคาเพียง 3xx บาท ในช่วงเทศกาลลดราคา ขณะที่ Nike จะมีราคายืนพื้นอยู่ที่ประมาณ 5xx บาท ขึ้นไป

ช่องทางซื้อที่ถูกที่สุด: Lazada / Shopee (Official Store) จะได้ราคาดีที่สุดในช่วงแคมเปญ Double Day (เช่น 3.3) หรือ Payday ปลายเดือน โดยมักมีคูปองลดเพิ่มอีก 15-25%
  • Supersports Online: เป็นอีกช่องทางที่ของแท้ 100% และมักมี Clearance Sale สำหรับรุ่นเก่าในราคาเริ่มต้นประมาณ 300 บาท
  • Nike/Adidas Outlet: เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นของจริง มักมีโปรโมชั่นซื้อ 2 ชิ้นลดเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ราคาเฉลี่ยต่อใบถูกลงมาก

ข้อควรระวัง

เมื่อซื้อผ่านแอปออนไลน์ ให้สังเกตร้านที่มีสัญลักษณ์ Mall หรือตรวจสอบชื่อร้านให้ดี (เช่น Nike Official Store หรือ Adidas Official Store) เพื่อป้องกันสินค้าเลียนแบบ เนื่องจากกระเป๋าหูรูดเป็นไอเทมที่มีของก๊อปปี้ค่อนข้างเยอะ


Read more ...

วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560

10 ความสวยของรองเท้า Adidas NMD ที่การันตีว่า ถ้าได้ใส่แล้วจะหลงเสน่ห์

แน่นอนการสร้างปรากฎการณ์คนต่อคิวจนล้นร้านเพื่อที่จะซื้อ Adidas NMD จนของหมดในพริบตานั้น พิสูจน์แล้วว่ารองเท้ารุ่นนี้นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ แม้ว่าเหตุผลหนึ่งมาจากการผลิตจำนวนจำกัดของทั้ง NMD R1 และ NMD R1 OG แต่เชื่อสิมีอะไรดีมากกว่านั้น บางคนบอกว่า ชอบ อยากเป็นเจ้าของ เพราะมันใส่สบาย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังก็น่าจะมาจากเทคโนโลยีพิเศษที่เรียกกว่า Boost โฟมชนิดพิเศษที่ใช้ทำพื้นรองเท้า กระจายแรงกระแทกได้ดีกว่าเคย อีกเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสบายคือ เทคโนโลยี Primeknit เป็นการใช้ด้ายถักขึ้นมาเป็นตัวรองเท้า มีทั้งความยืดหยุ่น สบาย และอากาศถ่ายเทสะดวกกว่า แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานไม่แพ้ผ้าใบ แผ่น Bumper ด้านข้างรองเท้าที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ NMD นอกจากนั้นบางคนอาจจะบอกว่า ชอบ อยากเป็นเจ้าของ เพราะชอบตามซุปเปอร์สตาร์หลายๆ คนที่เค้าใส่กันและโพสลงโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ทุกๆ คนหลงสเน่ห์รองเท้า Adidas NMD นี้ ก็คือ ดีไซน์ นั่นเอง หลังจากที่ทางอาดิดาสได้ออกรองเท้า Adidas NMD รุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมออกมาอีกเรื่อยๆ เป็นระยะ เพื่อตอบสนองต่อความสำเร็จจากแฟนๆ ทั่วโลก โดยมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุในการผลิตให้หลากหลายขึ้นและทำให้เป็นรองเท้าที่ดีต่อผู้สวมใส่มากขึ้น แต่ดีไซน์ก็ยังคงอยู่ในแนวทางเดิม ซึ่งเกิดจากการรวมการออกแบบจากรองเท้ารุ่นในอดีตตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 มาผนวกกัน คือ Adidas Boston Super, Adidas Rising Star และ Adidas Micropacer จนเป็น Adidas NMD อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงว่าการออกแบบของรองเท้ารุ่นนี้เด็ดจริงๆ บทความนี้ ได้รวบรวมความสวยของรองเท้า Adidas NMD ที่การันตีว่า ถ้าได้เห็น ได้สัมผัส หรือได้ใส่แล้ว จะหลงเสน่ห์และหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

10 ความสวยของรองเท้า Adidas NMD ที่การันตีว่า ถ้าได้ใส่แล้วจะหลงเสน่ห์

รองเท้า Adidas NMD R1 OG จุดเริ่มต้นแห่งความคลั่งไคล้

นับตั้งแต่รองเท้า Adidas NMD R1 OG ออกมาในช่วงปลายปี 2015 ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งต้องผลิตออกมาใหม่ในช่วงต้นปี 2017 อีกครั้ง ความสวยงามที่ถือเป็นต้นแบบและทำให้เรารู้จักรองเท้าตระกูล NMD กัน ยังคงคุณสมบัติเฉพาะตัวอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีพื้นกันกระแทก Boost เทคโนโลยีเส้นใยถัก Primeknit สีดำ และแผ่น Bumper ชั้น Midsole ของรองเท้าทั้งสีแดงและสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์

รองเท้า Adidas NMD XR1 OG อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่เป็นดีไซน์คลาสสิกไปแล้ว

หากคุณเห็นว่า NMD R1 นั้นดูเรียบเกินไป ลองมาดูที่ NMD XR1 OG คู่นี้ดู ที่กลับมาออกอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม 2017 พร้อมแผ่นซัพพอร์ตตัวรองเท้า ที่กระชับขึ้นยึดติดกับเชือกผูกมีตะข่ายระบายอากาศ ที่เอกลักษณ์พิเศษของรุ่นที่ยังคงเหมือนเดิม นอกจากนั้นก็ยังคงความเป็น NMD เหมือนเคย อย่างพื้นกันกระแทก Boost โฟมสีขาว แผ่น Bumper สีน้ำเงินและสีแดง และตัวรองเท้าที่ทำจากใยถัก Primeknit

รองเท้า Adidas NMD PK Triple Black ความสวยแบบดำสนิท

แม้ว่า Adidas NMD เป็นสามารถเป็นได้ทั้งรองเท้าแฟชั่นและรองเท้าใส่ออกกำลังกาย แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ใส่นั้นก็มักจะใส่เป็นรองเท้าแฟชั่นหรือลำลองซะมากกว่า และสีที่เหมาะกับชุดเสื้อผ้าหรือกางเกงทุกชนิดมากที่สุดคงหนีไม่พ้น สีดำ นั่นเอง รองเท้ารุ่นนี้มีชื่อว่า Adidas NMD PK Triple Black มีอีกชื่อว่า Japan NMD เนื่องจากออกมาเพื่อตอบสนองต่อผู้คลั่งไคล้ในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ นอกจากตัวรองเท้าที่เป็นเส้นใยถัก Primeknit สีดำสนิทแล้ว ตัวพื้นชั้นกลางของรองเท้าหรือ Midsole ก็ยังทำจากโฟม Boost สีดำสนิทด้วย และที่ขาดไม่ได้ตามชื่อ Triple Black มีแถบ 3 แถบสีดำที่เป็นสัญลักษณ์ของ Adidas ประดับอยู่ด้วย จากภาพด้านล่างรุ่นนี้สวยมากๆ จริงๆ ถ้าได้เป็นเจ้าของนีคงฟินน่าดูเลย

รองเท้า Adidas NMD Human Race โดย Pharrell Williams

มีออกมาเรื่อยๆ กับการเชิญคนดังผู้ทรงอิทธิผลเข้ามาร่วมออกแบบรองเท้า มาคราวนี้ Adidas ให้ Pharrell Williams มาร่วมออกบบเวอร์ชั่นใหม่ของ NMD ในชื่อ Human Race หรือ PHARRELL WILLIAMS HU NMD โดยเปิดตัวรุ่นแรกเป็นสีเหลืองมีคำว่า Human กับคำว่า Race ปักบนรองเท้าทั้งข้างขวาและซ้าย ต่อมาจึงออกรุ่นสีอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหลายสี เช่น ฟ้า ดำ แดง ขาว เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีสิ่งพิเศษที่ต่างจาก NMD เวอร์ชั่นอื่นก็คือ การออกแบบของรูปแบบการผูกเชือกรองเท้าแบบใหม่ โดยเชือกจะรัดจากด้านข้างรองเท้าทำให้แน่นและกระชัดสำหรับผู้สวมใส่มากขึ้น ไปชมความสวยของรองเท้ารุ่นนี้กันเลย

รองเท้า Adidas NMD R1 Tri-color แถบสามสีสดใสตัดกับสีพื้น

รองเท้า Adidas NMD R1 Tri-color ที่ถือว่าฮอตที่สุดในปี 2016 ยังคงมากับมาตรฐานของ NMD ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Boost และเทคโนโลยี Primeknit แต่จุดเด่นที่สร้างความโดดเด่นและเป็นที่มาของชื่อรุ่น Tri-color คือ แถบ 3 แถบที่เป็นสัญลักษณ์ของ Adidas มาในแบบ 3 สี คือ สีน้ำเงิน ขาว และแดง (กรณีรองเท้าสีดำ) และสีน้ำเงิน ดำ และแดง (กรณีรองเท้าสีเทา) มารับชมความสวยกันเลย

รองเท้า Adidas NMD R1 Ice Blue สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ สีสวย สะอาดตา

สีฟ้าอ่อน หรือ Ice Blue ทำให้รองเท้า Adidas NMD R1 เวอร์ชั่นนี้ดูสะอาดตาแปลกตาและสวยงามไปอีกแบบ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบความจำเจเรื่องสีสันแบบเดิมๆ และต้องการความโดดเด่น นี่คือคำตอบอย่างแน่นอน รองเท้ารุ่นนี้ยังมีอีกสีที่ออกมาด้วยกันคือ NMD R1 Grey Heather เป็นสีเทา ให้ความรู้สึกนุ่มนวล

รองเท้า Adidas NMD CS2 ฉีกทุกแนวที่เคยเป็นมา รองเท้าสไตล์ถุงเท้า

รองเท้า Adidas NMD CS2 หรือเรียกเต็มๆ ว่า NMD City Sock 2 ถูกออกแบบมาให้ฉีกออกไปจาก NMD เวอร์ชั่นอื่นๆ มาทั้งหมด เป็นรูปแบบคล้ายถุงเท้า พร้อมแถบลวดลายเป็นเส้นๆ รอบขอบรองเท้า พื้นที่ส่วนเส้นใยถักก็มากับลวดลายแนวขว้างตลอดตัวรองเท้า สร้างความน่าสนใจและแปลกตา ส่วนเทคโนโลยีอื่นๆ ก็ยังคงความเป็น NMD อยู่เหมือนเดิม รองเท้าเวอร์ชั่นนี้ ยังคงออกสีและลวดลายเพิ่มเติมอื่นๆ ออกมามีมากมาย

รองเท้า Adidas NMD R2 Two-toned เจนเนอเรชั่นที่ 2 กับ 2 เฉดสี

รองเท้า Adidas NMD มาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 2 ก็คงมีเวอร์ชั่นใหม่ออกมาใหม่เรื่อยๆ ภายใต้ NMD R2 แต่ที่จะโชว์ความสวยต่อไปนี้คือ เวอร์ชั่น Two-toned ตัดกันสองเฉดสี ความพิเศษอยู่ที่ตัวรองเท้าเส้นใยถัก Primeknit มีความมันเงาขึ้นเล็กน้อย เป็นสีขาวสะอาดตา ตัดกับพื้นรองเท้า แถบดึงส้น และตัวแผ่น Bumper ด้านในสีแดงสด ตัดกันได้อย่างลงตัว และมีลูกเล่นโดยการตัวเอาแผ่น Bumper ที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูล NMD ด้านนอกออกไปเหลือไว้เพียงลอยขีดลึกเป็นแนว

รองเท้า Adidas NMD R1 Monochrome สีพื้นเต็มรูปแบบ

Adidas NMD R1 นั้นออกเวอร์ชั่นใหม่ๆ มามากมาย หนึ่งในนั้นที่สำหรับหลายคนบอกว่าเรียบง่ายและโดนใจเหลือเกิน นั้นคือ NMD R1 Monochrome ที่เป็นรองเท้าสีพื้นทั้งหมดไม่มีสีอื่นมาปะปนเลย เช่น สี Core Black หรือสีดำสนิททั้งหมด สี Footwear White หรือสีขาวทั้งหมด และที่พูดถึงกันมาก คือ สี Solar Red หรือสีแดงสว่าง หรือบางคนบอกว่าหากมองดีๆ อาจจะเห็นเป็นสีส้มเข้มก็ได้ ถ้าคุณชอบรองเท้าสไตล์สีพื้น NMD R1 ตระกูล Monochrome นี้สามารถตอบโจทย์ของคุณได้อย่างแน่นอน

รองเท้า Adidas NMD Trail x White Mountaineering ความร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าดังจากญี่ปุ่น

อีกหนึ่ง NMD ที่น่าสนใจที่ได้เปิดตัวไปในปี 2017 เป็นการเปิดตัวพร้อมกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าจากแบรนด์ White Mountaineering จากญี่ปุ่น โดยมีเวอร์ชั่นใหม่ของ NMD อยู่ในนั้นด้วย นั่นคือ รองเท้า Adidas NMD Trail ที่ออกมาหลากหลายดีไซน์การออกแบบ โดยความโดดเด่นนั้นอยู่ที่ ความแปลกใหม่ที่ทาง White Mountaineering ใส่เข้าไป ทำให้มีความแตกต่างจาก NMD เวอร์ชั่นอื่นๆ อย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อให้รองเท้ารุ่นนี้ของพวกเขาเข้ากับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่ออกมาพร้อมกัน นั่นเอง

Read more ...