เดินทั้งวันแล้วต้องทนเจ็บส้นทุกก้าว มันเหนื่อยกว่าเดินไกลซะอีก ยิ่งคนเท้ากว้างใส่ผ้าใบยิ่งเจอบ่อย เพราะหน้าเท้าจะดันไปข้างหน้าจนส้นถูกับขอบแข็งๆ ไม่หยุด พอกลับบ้านถอดรองเท้าทีเห็นรอยแดง แสบๆ แล้วบางทีก็เป็นตุ่มน้ำใสๆ แค่โดนน้ำตอนอาบน้ำยังสะดุ้ง แบบนี้ทำเอาไม่อยากใส่คู่ที่ชอบเลย ทั้งที่จริงๆ ทรงมันสวย ใส่กับชุดไหนก็เข้า แค่เรื่องเจ็บส้นเรื่องเดียวทำให้ความมั่นใจหายไปหมด
พอเจ็บซ้ำๆ หลายครั้ง จะเริ่มกลัวการเดินเยอะ กลัวต้องยืนนาน กลัวออกไปเที่ยวนานๆ แล้วต้องทนเดินกะเผลกให้คนอื่นเห็น บางทีต้องพกพลาสเตอร์ติดตัวตลอดเหมือนเป็นของจำเป็น อารมณ์ตอนเลือกซื้อรองเท้าก็เปลี่ยนไป จากที่ดูสไตล์ก่อน ตอนนี้ต้องคิดก่อนว่าใส่แล้วจะกัดไหม กลายเป็นเรื่องที่คนเท้าบานต้องเจอจนชิน ทั้งที่จริงๆ รองเท้ากับเท้าเราควรเข้ากันได้ ไม่ใช่ต้องทนกันไปทุกวัน
รองเท้าผ้าใบกัดส้นสำหรับคนเท้ากว้างมันเจ็บแบบเฉพาะตัวมาก ไม่ใช่แค่เสียดสีธรรมดา แต่เป็นเพราะหน้าเท้าถูกบีบจนเท้าถูกดันไปข้างหน้า ส้นเลยลอยแล้วถูกับขอบแข็งๆ ทุกก้าวที่เดิน พอเดินนานๆ ตรงหลังเท้าจะแดง แสบ แล้วลอกเป็นแผลน้ำใส เจอแบบนี้ซ้ำๆ จนรู้เลยว่าปัญหาใหญ่ไม่ใช่รองเท้าไม่สวย แต่คือไซส์ไม่ตรงกับรูปเท้าจริง งานวิจัยของฝั่งรองเท้าบอกว่าคนส่วนใหญ่ใส่รองเท้าผิดความกว้างหรือความยาวอยู่ระหว่าง 63-72% เลยไม่แปลกที่เท้าบานจะโดนกัดบ่อยกว่าเท้าปกติ
วิธีแรกที่ทำแล้วเห็นผลชัดคือเลิกยึดติดเบอร์เดิมที่เคยใส่ จำได้ว่าเคยใส่ 42 แล้วคิดว่าต้อง 42 ตลอด พอเท้ากว้างจริงลองไปร้านแล้ววัดด้วยเครื่อง Brannock หรือขอพนักงานวัดความกว้างด้วย ผลคือต้องขยับไป 42.5 หรือบางรุ่นต้องเลือกแบบหน้ากว้างพิเศษ 2E 4E ถึงจะสบายหน้าเท้า พอลองหลายไซส์ในรุ่นเดียวกันจะเจอเลยว่าแต่ละยี่ห้อใช้บล็อกไม่เหมือนกัน บางคู่ยาวพอดีแต่บีบข้าง บางคู่กว้างพอดีแต่ส้นหลวม วิธีที่ใช้คือลองใส่เดินในร้านเกิน 5 นาที ไม่ใช่แค่ยืน แล้วดูว่านิ้วโป้งเหลือที่ประมาณหนึ่งนิ้วโป้งมือวางขวางได้ ส้นไม่ยกตอนก้าว แค่นี้ก็ลดโอกาสโดนกัดไปเกินครึ่ง
รองเท้าใหม่ไม่ควรเอาไปใส่เดินทั้งวันตั้งแต่วันแรก ประสบการณ์ตรงคือใส่เดินในบ้านกับถุงเท้าหนาๆ ครั้งละ 30-60 นาที แล้วถอดพัก ทำแบบนี้ 3-4 วัน ให้วัสดุตรงส้นค่อยๆ นิ่ม ระหว่างนั้นใช้มือสองข้างนวดขอบหลังรองเท้า บีบๆ คลึงๆ ตรงจุดที่แข็งเหมือนในคลิปสอนของร้านรองเท้านุ่มที่เคยดู พอหนังหรือผ้าใบเริ่มให้ตัว จะรู้สึกเลยว่าขอบไม่คมเท่าเดิม ถ้ารีบใช้จริงวันแรกแล้วเดินห้างทั้งวัน ยังไงก็ได้แผลแน่นอน การค่อยๆ เบรกอินแบบนี้ช่วยให้เท้ากว้างที่ต้องใช้พื้นที่เยอะมีเวลาปรับตัวกับทรงรองเท้า
พอเลือกไซส์กว้างแล้ว ปัญหาต่อมาคือส้นมักหลวม เพราะหน้าเท้าได้ที่แต่ส้นไม่ล็อก วิธีแก้ที่เวิร์กมากคือเติมพื้นที่ด้านในด้วยแผ่นเสริม ไม่ต้องซื้อของแพง แผ่น insole บางๆ ราคาประมาณ 80-150 บาทตามร้านขายยา หรือซูเปอร์มาร์เก็ต วางเสริมใต้ฝ่าเท้าแล้วยกส้นขึ้นนิดเดียว รองเท้าจะกระชับขึ้นทันที อีกอันที่ใช้บ่อยคือแผ่นดันลิ้น tongue pad ติดใต้ลิ้นรองเท้า มันจะดันเท้าไปข้างหลัง ทำให้ส้นไม่ถูไปมา ลองสังเกตเชือกผูกรองเท้าด้วย ถ้าผูกแล้วยังเหลือช่องห่างกันครึ่งนิ้วถือว่าพอดี ถ้าชิดกันจนแตะกันแสดงว่าหลวมเกิน ต้องเติมเสริม
เรื่องลดการเสียดสีทำได้ทุกวันก่อนออกจากบ้าน ของใกล้ตัวที่สุดคือวาสลีน ทาบางๆ ตรงหลังส้น ตาตุ่ม และขอบนิ้วก้อยที่มักโดนก่อน ผิวจะลื่นขึ้นเยอะ ไม่แห้งแตก ถ้าไม่อยากเหนอะ ใช้บาล์มกันเสียดสีแบบแท่ง ทาแล้วแห้งไว พกในกระเป๋าได้ อีกอย่างที่ชอบคือแป้งเด็ก โรยในรองเท้าแล้วตบๆ ให้ทั่ว แล้วทาที่เท้าด้วย ผงแป้งช่วยดูดความชื้น ลดการถูของผิวกับผ้า สำหรับคนเท้ากว้างที่เหงื่อออกข้างเท้าเยอะ วิธีนี้ช่วยได้มาก ราคาก็ถูก กระป๋องละไม่ถึง 40 บาท ใช้ได้นาน
ถุงเท้าคือเกราะชั้นแรก อย่าใส่แบบบางเฉียบหรือผ้าฝ้าย 100% ที่อมเหงื่อ ลองเปลี่ยนเป็นถุงเท้ากีฬาที่มีใยสังเคราะห์ผสม ระบายอากาศดี ความหนากลางๆ ไม่หนาเกินจนคับ แต่พอมี cushion ตรงส้น เคยลองถุงเท้าแบบซ่อนข้อสำหรับผ้าใบก็ยังกัดอยู่ พอเปลี่ยนเป็นแบบครึ่งน่องที่ปิดส้นมิด อาการดีขึ้นชัดเจน ส่วนวันที่รู้ว่าจะต้องเดินเยอะหรือใส่คู่ใหม่ จะแปะพลาสเตอร์กันน้ำไว้ล่วงหน้าตรงจุดที่เคยโดนกัดบ่อย ไม่รอให้เป็นแผลก่อน พลาสเตอร์แบบใสติดแล้วมองไม่เห็น อยู่ได้ทั้งวันแม้เหงื่อออก
สำหรับรองเท้าผ้าใบที่ขอบส้นแข็งเป็นพิเศษ มีวิธีทำให้นิ่มเร็วขึ้นโดยไม่ต้องทนเจ็บ ผสมน้ำเปล่ากับแอลกอฮอล์ล้างแผลอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ใส่ขวดสเปรย์ ฉีดด้านในตรงส้นให้ชื้นหมาดๆ แล้วใส่ถุงเท้าหนาเดินในบ้านจนแห้ง วัสดุจะคลายตัวตามรูปเท้า ทำซ้ำ 2-3 ครั้งก็พอ ถ้าเป็นรองเท้าหนังแท้หรือผ้าใบหนา ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบางๆ ด้านในทิ้งไว้คืนหนึ่ง เช้ามาจะนุ่มลงเยอะ อีกทางสำหรับคนเท้าบานจริงๆ คือลงทุนที่ดันรองเท้า shoe stretcher แบบขยายข้าง ราคาประมาณ 300-500 บาท หมุนทิ้งไว้คืนหนึ่ง หน้าเท้าจะกว้างขึ้นแบบถาวร ไม่ต้องฝืนยัดเท้าเข้าไปทุกครั้ง
สรุป
- วัดไซส์ใหม่ อย่ายึดเบอร์เดิม - ลองเพิ่มครึ่งเบอร์ หรือเลือกรุ่นหน้ากว้าง 2E/4E ให้เหลือที่นิ้วโป้งประมาณ 1 นิ้วมือ และส้นไม่ยกตอนเดิน
- เบรกอินที่บ้านก่อน - ใส่กับถุงเท้าหนาเดินในบ้านครั้งละ 30-60 นาที 3-4 วัน พร้อมใช้มือนวดบีบขอบส้นให้นิ่ม
- ล็อกส้นที่หลวม - เติม insole บางๆ (80-150 บาท) หรือติด tongue pad ใต้ลิ้นรองเท้า เพื่อดันเท้าไปด้านหลัง
- ลดเสียดสีทุกวัน - ทาวาสลีนหรือบาล์มแท่งตรงส้นและตาตุ่ม, โรยแป้งเด็กในรองเท้าเพื่อดูดเหงื่อ
- เลือกถุงเท้าและป้องกันล่วงหน้า - ใช้ถุงเท้ากีฬาใยสังเคราะห์หนากลางแบบปิดส้น, แปะพลาสเตอร์กันน้ำใสตรงจุดที่เคยโดนกัดก่อนออกไปเดิน
- ทำให้นิ่มเร็ว - ฉีดสเปรย์น้ำ+แอลกอฮอล์ 1:1 ด้านในส้นแล้วใส่เดินจนแห้ง หรือทาน้ำมันมะพร้าวบางๆ ทิ้งข้ามคืน
- ขยายความกว้างถาวร - ใช้ shoe stretcher แบบขยายข้าง (ประมาณ 300-500 บาท) หมุนทิ้งไว้คืนหนึ่งสำหรับคู่ที่บีบหน้าเท้า


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น