ก่อนจะหยิบรองเท้าคู่ใหม่ออกจากชั้น เคยหยุดคิดไหมว่าแผ่นพื้นใต้เท้ากำลังบอกอะไรบ้าง รองเท้าสองคู่หน้าตาคล้ายกัน แต่ความรู้สึกตอนเดิน กลิ่นตอนแกะกล่อง และอายุการใช้งานต่างกันลิบลับ พื้นสีน้ำตาลคาราเมลที่เห็นจนชินตากับพื้นดำสนิทที่ดูดุดัน แต่ละแบบมีที่มาของวัสดุต่างกัน และพฤติกรรมเวลาเจอถนนจริงก็ไม่เหมือนกันเลย บางคู่เดินแล้วนุ่มเหมือนเท้าโดนโอบไว้ บางคู่เหยียบแล้วมั่นใจเหมือนติดพื้น ความต่างเล็กๆ ตรงนี้แหละที่ทำให้การเลือกคู่เดียวที่ใช่ ไม่ได้จบแค่สีกับทรง
ถ้าไล่ดูฟีดตอนนี้จะเห็นรองเท้าพื้นสีคาราเมลกลับมาอยู่บนเท้าอีกครั้ง ทั้งแนวสตรีท แนวสเก็ต ไปจนถึงลุคแต่งตัวไปทำงานสบายๆ ขณะเดียวกันรองเท้าพื้นดำหนาๆ ก็ยังเป็นตัวเลือกหลักของคนที่ต้องยืนทั้งวัน เดินเยอะ หรือเจอสภาพถนนไม่เป็นใจ ความสวยกับความอึดเลยถูกจับมาเทียบกันบ่อยมาก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องว่าแบบไหนดีกว่ากันแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง เดินบนพื้นแบบไหน และอยากได้ฟีลลิ่งตอนสวมยังไงมากกว่า
พื้น gum sole สีน้ำตาลคาราเมลที่เห็นบ่อยใน Vans, Adidas Samba หรือรองเท้าสเก็ต จริงๆ ทำมาจากน้ำยางธรรมชาติที่รีดจากต้นยางแล้วผ่านความร้อน ไม่ได้ผสมสีดำเหมือนยางทั่วไป ลองจับดูจะรู้สึกเหนียวๆ นิ่มๆ ไม่แข็งกระด้าง เวลาเดินลงน้ำหนัก พื้นจะยุบตามรอยเท้าแล้วเด้งกลับรูปเดิมทันที ความยืดหยุ่นแบบนี้ทำให้รู้สึกเหมือนพื้นดูดกับพื้นถนนหรือบอร์ดสเก็ต ไม่ใช่แค่เรื่องสไตล์วินเทจ แต่เป็นคุณสมบัติของยางธรรมชาติล้วนๆ ที่ให้ทั้งความเหนียวและแรงคืนตัว
พื้น rubber sole สีดำหรือสีเทาที่เจอในรองเท้าผ้าใบสายลุย รองเท้าทำงาน หรือรุ่นที่เคลมว่ากันน้ำ ส่วนใหญ่เป็นยางสังเคราะห์อย่าง SBR ผสมสารเติมแต่ง น้ำหนักจะมากกว่า gum แบบรู้สึกได้เวลาเทียบข้างกัน เนื้อจะแน่นกว่า ไม่ยืดหยุ่นเท่า แต่ถูกออกแบบมาให้ทนต่อแดด ความร้อน น้ำมันเครื่อง และโอโซนในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราโดยเฉพาะ จุดเด่นคือทนต่อการสึกหรอและการเจออุณหภูมิสุดขั้วได้ดีกว่ายางธรรมชาติมาก
ถ้าใช้งานแบบเดินในห้าง ออฟฟิศ พื้นปูนขัดมัน หรือเดินเล่นตามถนนเรียบๆ พื้น gum ทนได้แบบน่าประทับใจ เพราะความยืดหยุ่นสูงทำให้ไม่สึกเป็นแผ่นแบนเร็ว ลองใส่คู่หนึ่งทุกวันประมาณปีกว่าๆ ดอกยางยังไม่หายหมด แค่สีเข้มขึ้นเล็กน้อยและขอบเริ่มมนๆ เท่านั้น ความสามารถที่ยุบแล้วคืนรูปทำให้แรงกดกระจาย ไม่กินเนื้อยางจุดเดียวเหมือนพื้นแข็ง และด้วยแรงดึงที่สูงกว่ายางสังเคราะห์ พื้นจึงไม่ฉีกง่ายเวลาโดนงอซ้ำๆ
พอเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไปเจอแดดจัดตอนจอดมอเตอร์ไซค์กลางลาน หรือพื้นยางมะตอยร้อนๆ ตอนบ่าย ความจริงของยางธรรมชาติจะโผล่มาเลย แสงยูวีกับออกซิเจนทำให้เนื้อยางแห้ง แข็ง แล้วเริ่มแตกลายงาเล็กๆ ตรงรอยพับ เจอน้ำมันเครื่องหยดหรือคราบน้ำมันในอู่ พื้น gum จะดูดน้ำมันแล้วบวม นิ่มเกินไป ต่างจากพื้น rubber สังเคราะห์ที่ถูกสร้างมาให้ทนสารเคมี ความร้อน และไม่กรอบเร็วเวลาเจอแดดแรงๆ ต่อเนื่อง เพราะโครงสร้างสังเคราะห์ต้านทานการเสื่อมจากสภาพอากาศได้ดีกว่า
เรื่องการเกาะพื้น gum sole ทำได้ดีมากบนพื้นแห้ง พื้นไม้ พื้นยางในยิม หรือตอนเล่นสเก็ตบอร์ด เพราะหน้ายางนิ่มจะแนบกับผิวสัมผัสเล็กๆ ได้หมด แต่พอเจอพื้นกระเบื้องเปียกในตลาดสด หรือทางเท้าที่มีน้ำฝนขัง ดอกยางตื้นๆ ของ gum จะรีดน้ำออกไม่ทัน ทำให้ลื่นง่ายกว่า พื้น rubber ที่ออกแบบดอกยางลึกและใช้คอมพาวด์แข็งกว่า จะเกาะพื้นเปียก พื้นขรุขระ หรือทางลาดได้มั่นใจกว่าเยอะ เพราะยางสังเคราะห์ถูกยกให้เด่นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน และให้การยึดเกาะเป็นพิเศษ
น้ำหนักกับความสบายก็เป็นอีกจุดที่รู้สึกต่างชัดเจน พื้น gum เบาและให้ตัว เวลาเดินนานๆ ฝ่าเท้าไม่ล้า เพราะแรงกระแทกถูกซับด้วยความยืดหยุ่นตามธรรมชาติของยางที่ไม่เสียความยืดหยุ่นไปตามเวลา ส่วนพื้น rubber จะให้ความรู้สึกแน่น มั่นคง เหยียบแล้วไม่ยวบ เหมาะกับคนที่ต้องยืนนานหรือแบกของหนัก เพราะโครงสร้างไม่ยุบตัวเร็ว ถึงจะหนักกว่าเล็กน้อยแต่แลกกับอายุการใช้งานที่ยาวกว่าในงานหนัก เพราะยางสังเคราะห์ต้านการแก่ตัวจากสิ่งแวดล้อมและคงความยืดหยุ่นได้นานกว่า
มองจากรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าเน้นใส่เที่ยวคาเฟ่ เดินในเมือง ทำงานในห้องแอร์ และชอบลุควินเทจแบบ Samba หรือ Old Skool พื้น gum ก็เพียงพอแล้ว ทนในระดับใช้งานทั่วไป ใส่ได้สองสามปีแบบสบายๆ แล้วเปลี่ยนเมื่ออยากได้สีใหม่ในงบประมาณสองพันถึงสามพันบาทก็ไม่เสียดาย แต่ถ้าต้องลุยฝนบ่อย ยืนกลางแดด ทำงานที่เจอน้ำมัน จาระบี หรือเดินบนพื้นร้อนๆ เป็นประจำ เลือกพื้น rubber sole แบบยางสังเคราะห์จะคุ้มกว่า เพราะไม่แตกลาย ไม่บวม และดอกยางอยู่ได้นานกว่าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความทนทานต่อการสึกที่เหนือกว่าและประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่โหดกว่า
สรุป
- พื้น gum sole ทำจากยางธรรมชาติ นิ่ม เหนียว ยืดหยุ่นสูง เด้งคืนรูปดี
- พื้น rubber sole เป็นยางสังเคราะห์ แน่น หนักกว่า ทนสารเคมีและความร้อน
- ใช้งานในร่ม พื้นเรียบ gum sole ทนได้นาน สึกช้า ไม่กินเนื้อยางจุดเดียว
- เจอแดดจัด น้ำมัน ความร้อน gum sole แตกลายงาและบวมง่ายกว่า
- พื้นเปียกหรือขรุขระ rubber sole เกาะดีกว่า ดอกยางลึก รีดน้ำได้ดี
- gum sole เบา สบายเท้า เหมาะเดินนาน rubber sole มั่นคง ไม่ยุบตัวเร็ว
- เลือกตามไลฟ์สไตล์ ใส่เที่ยวในเมือง gum เพียงพอ งานลุยกลางแจ้ง rubber คุ้มกว่า


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น