วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

Adidas F50 ดียังไง มีกี่รุ่น ราคาเท่าไรบ้าง

สายสปีดต้องหันมามองทางนี้เลย Adidas F50 กลับมารอบนี้คือทำมาเพื่อคนที่ชอบความเร็วโดยเฉพาะ ตั้งแต่หยิบจับครั้งแรกก็รู้สึกเลยว่าเบามาก ดีไซน์ก็เท่แบบย้อนยุคแต่ข้างในคือเทคโนโลยีใหม่หมด ใส่แล้วฟีลลิ่งมันพุ่งจริง วิ่งแล้วรู้สึกเท้าเบาไปกับตัวแบบไม่ต้องพยายามเยอะ สายปีกสายหน้าที่ชอบกระชากหนีตัวประกบคือโดนเส้นแน่นอน

ที่เด็ดคือรอบนี้ Adidas ทำรุ่นย่อยมาให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่ตัวท็อปสุดสำหรับแข่งจริงจัง ไปจนถึงรุ่นราคาเบาๆ สำหรับเล่นสนุกกับเพื่อนซ้อมทุกวัน แต่ละรุ่นก็มีคาแรคเตอร์ชัด อยากได้เบาสุดดีดสุด หรืออยากได้คุ้มๆ ใส่สบายก็มีให้หมด แล้วช่วงนี้ในไทยคือราคาโปรดีมาก ตัวท็อปจาก 8500 บาทเหลือ 4250 บาทเท่านั้น ทำให้จับต้องง่ายขึ้นเยอะ ใครกำลังเล็งรองเท้าสายสปีดคู่ใหม่ต้องแวะดู F50 เลย

Adidas F50 กลับมาครั้งนี้คือทำมาเพื่อสายสปีดโดยเฉพาะเลย อัปเปอร์ใช้วัสดุ Fibertouch ที่บางมากจนรู้สึกเหมือนเท้าเปล่าเวลาจับบอลหรือแตะบอลครั้งแรก บอลติดเท้าดีสุดๆ เพราะมีลาย Sprintweb 3D ช่วยเรื่องการสัมผัสและการคอนโทรลลูก เวลาเลี้ยงบอลเปลี่ยนทิศเร็วๆ หรือกระชากหนีคู่แข่งรู้สึกว่ามันตอบสนองไวแบบทันใจจริงๆ พื้นรองเท้ารุ่นท็อปๆ ใช้ Sprintframe 360 กับบางรุ่นที่เป็น F50+ ยังใส่โฟม Lightstrike Pro แบบเดียวกับรองเท้าวิ่งเข้าไปอีก ทำให้เวลาวิ่งออกตัวหรือกระโดดโหม่งรู้สึกมีแรงส่งเพิ่มเข้ามานิดนึง จุดนี้แหละที่ทำให้เกมที่ต้องตัดสินกันแค่เสี้ยววินาทีมันได้เปรียบขึ้นมาเลย ส่วนเรื่องความสบายคือใส่แล้วลงสนามได้ทันที ไม่ต้องมานั่งนวดรองเท้าก่อน ไม่กัด ไม่เสียดสี และตัวลิ้นรองเท้าแบบ Compression Fit Tunnel Tongue ก็ล็อกข้อเท้าแน่นมาก ไม่เลื่อน ไม่หลวมตอนวิ่งเต็มสปีด

Adidas F50 ดียังไง มีกี่รุ่น ราคาเท่าไรบ้าง

รุ่นของ F50 ตอนนี้แบ่งชัดมากเป็นระดับเหมือนเล่นเกมอัปเลเวล ถ้าเอาแบบสุดทุกอย่างต้องไป F50+ Elite เป็นตัวเรือธงที่ใส่เทคโนโลยีมาเต็มทั้ง Lightstrike Pro ทั้งอัปเปอร์พรีเมียมสุด มีทั้งแบบมีเชือกและแบบไร้เชือกให้เลือกฟีลลิ่ง รองลงมาเป็น F50 Elite ที่ตัดโฟม Lightstrike Pro ออกแต่ยังได้ Fibertouch กับ Sprintweb 3D ครบ พื้น Sprintframe 360 เหมือนกัน เหมาะกับคนที่เล่นจริงจังแต่อยากเซฟงบลงมาหน่อย ส่วน F50 Elite Laceless ก็คือตัว Elite ที่เอามาทำเป็นแบบไร้เชือก ให้ฟีลสัมผัสบอลแบบเต็มหน้าเท้ามากขึ้น ถัดมาคือ F50 Pro ที่เริ่มลดสเปควัสดุลงมาเป็น Sprintshell 360 น้ำหนักยังเบาอยู่มาก เล่นได้สนุกสำหรับคนที่จริงจังระดับทีมมหาลัยหรือทีมบริษัท แล้วก็มี F50 League ที่ทำมาให้คนเล่นทั่วไปหรือซ้อมหนักๆ ได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องราคา สุดท้ายคือ F50 Club ที่เป็นตัวเริ่มต้นสุดสำหรับพื้นหญ้าเทียมหรือสนามเทิร์ฟ ราคาเข้าถึงง่าย นอกจากนั้นยังมีรุ่นพิเศษที่ทำออกมาเอาใจแฟนๆ เช่น F50 Messi Elite ‘VIS10N’ หรือ F50+ 2010 Remake ที่ทำหนังแท้นุ่มๆ ฟีลคล้าย Copa Icon แต่ทรงเร็วกว่า แล้วก็มีรุ่นหุ้มข้อ Mid-cut สำหรับคนที่ชอบล็อกข้อเท้าเพิ่มด้วย

เรื่องราคาในไทยตอนนี้คือถ้าเดินไปช็อป Supersports หรือช็อป Adidas ช่วงที่มีโปรลดราคาจะเห็น F50 Elite FG ป้ายอยู่ที่ 8500 บาท แต่ลด 50% เหลือ 4250 บาททันที ซึ่งถือว่าคุ้มมากสำหรับตัวท็อปที่สเปคระดับโปรใช้กันจริงๆ ส่วนรุ่น F50 Pro FG ปกติจะอยู่แถว 5400 บาท พอจัดโปรก็ลงมาเหลือแค่ 2700 บาท เหมาะกับคนที่อยากได้ฟีลตัวท็อปแต่งบไม่ถึง Elite ถ้าเป็นรุ่นเริ่มต้นอย่าง F50 League หรือ Club สำหรับเล่นหญ้าเทียม ราคาจะเริ่มตั้งแต่ประมาณ 1800 บาทไปจนถึง 3500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเป็นพื้นแบบไหนและมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง ส่วนรุ่นพิเศษหรือรุ่นสะสมอย่าง F50 Messi หรือตัว Remake หนังแท้ ราคาจะกระโดดไปแถว 8000 ถึง 9000 กว่าบาทเลย และถ้าเป็นของมือสองรุ่นเก่าอย่าง F50 adizero ที่สภาพยังดีๆ ราคาก็อยู่ประมาณ 5000 บาทได้ แต่ถ้าเป็นของหายากสภาพกล่องครบก็มีคนปล่อยเกิน 10000 บาทเหมือนกัน

ฟีลลิ่งตอนใส่ F50 ครั้งแรกคือเบาแบบตกใจ น้ำหนักมันน้อยจนแทบไม่รู้สึกว่าใส่สตั๊ดอยู่ วิ่งแล้วรู้สึกเท้ามันไปกับตัว ไม่หน่วงเลย ยิ่งตอนกระชากบอลจังหวะแรกหรือสปรินต์ 10 เมตรแรกนี่เห็นผลชัดว่าออกตัวเร็วกว่าเดิมจริง อัปเปอร์ที่บางแต่เหนียวทำให้ยิงบอลแล้วพาวเวอร์มาเต็ม ไม่มีการเสียแรงเพราะความนุ่มเกินไปของหน้าเท้า เวลาเปิดบอลหรือปั่นไซด์ก็คุมน้ำหนักได้ง่ายเพราะ Sprintweb 3D มันช่วยเกาะบอลไว้หน่อยๆ ไม่ลื่นหลุดง่าย ส่วนพื้น FG ปุ่มมันออกแบบมาให้จิกพื้นตอนเร่งความเร็วและตอนเบรกได้มั่นใจ ไม่ลื่นแม้สนามจะชื้นนิดๆ แต่ต้องบอกว่าพื้นมันค่อนข้างแข็งและตอบสนองไว ถ้าชินกับรองเท้าสายคอนโทรลที่นุ่มๆ มาก่อนอาจต้องปรับตัววันสองวัน

ข้อที่ต้องรู้ก่อนซื้อคือทรงรองเท้ามันทำมาเพื่อเท้าค่อนข้างเรียวถึงปกติ คนเท้าบานหรือหน้าเท้ากว้างมากๆ ใส่แล้วอาจรู้สึกบีบข้างเท้าช่วงแรก ต้องเผื่อไซส์ขึ้นครึ่งเบอร์หรือยอมใส่ให้อัปเปอร์มันขยายตัวสักสองสามเกมถึงจะสบาย ถ้าชอบใส่ถุงเท้าหนาๆ ก็ต้องคิดเรื่องนี้ด้วย อีกเรื่องคือความทนทาน ตัวอัปเปอร์ Fibertouch มันบางเลยต้องระวังเรื่องการโดนเหยียบหรือเตะกับพื้นปูนบ่อยๆ มีเคสที่ใส่ลุยหนักทุกวันแล้วพื้นเริ่มแยกหลังสองสามเดือนเหมือนกัน ดังนั้นถ้าเน้นใส่ซ้อมทุกวันอาจเลือก F50 League ไว้สลับกันจะดีกว่า ส่วนตัว Laceless ฟีลลิ่งไร้เชือกคือดีมากเวลาสัมผัสบอล แต่มันจะกระชับมากตอนสวมเข้าออกใหม่ๆ ใช้ไปสักพักถึงจะใส่ง่ายขึ้น

เวลาเล่นจริงในสนามหญ้าจริงหรือหญ้าเทียมคุณภาพดี F50 มันโชว์ของเต็มที่เลย จังหวะวิ่งทำทางให้เพื่อนแทงทะลุช่องแล้วสปีดฉีกกองหลังคือจุดขายของรุ่นนี้เลย รู้สึกว่าเท้ามันเบาแล้วควงขาได้เร็วกว่าเดิม การกลับตัว To กับบอลแล้วพุ่งไปอีกทางทำได้คล่องเพราะพื้น Sprintframe 360 มันมั่นคง ไม่ยวบ วิ่งเหยาะๆ เลี้ยงบอลช้าๆ ก็ยังคอนโทรลดีเพราะหน้าเท้ามันใกล้บอลมาก แต่พอถึงจังหวะต้องเร่งคือมันพาไปเลย ยิ่งถ้าเล่นปีกหรือหน้าเป้าที่ต้องใช้ความเร็วเป็นหลักจะชอบมาก ส่วนคนที่เล่นกลางรับหรือเซนเตอร์ที่เน้นยืนตำแหน่ง อาจรู้สึกว่ามันไม่ซัพพอร์ตข้อเท้าเท่ารุ่นอื่นที่หนักกว่าอย่าง Predator แต่ถ้าเอามาเล่นบอลเดินสายหรือบอล 7 คนที่พื้นที่น้อยต้องออกตัวบ่อย F50 คืออาวุธหนักเลย

บรรยากาศตอนนี้ในกลุ่มคนเล่นบอลคือ F50 มันกลับมาสร้างกระแสแรงมาก เพราะดีไซน์มันย้อนยุคแต่เทคโนโลยีข้างในใหม่หมด สีสันก็จัดจ้านแบบตัว Chameleon ที่เล่นแสงแล้วเปลี่ยนสี ทำให้ใส่แล้วเด่นในสนามแน่นอน ฟีลมันให้อารมณ์เหมือนกลับไปยุคที่รองเท้าสายสปีดครองเมือง แต่รอบนี้ใส่สบายขึ้นเยอะและไม่ต้องเลือกว่าจะเอาสวยหรือเอาเพอร์ฟอร์มานซ์ เพราะมันให้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน ราคาช่วงโปร 4250 บาทสำหรับตัว Elite คือจับต้องได้ง่ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้ ถ้ามีงบ 2700 บาทก็ไป F50 Pro ได้ฟีลใกล้ตัวท็อปถึง 90% แล้ว ถือว่าเป็นรองเท้าที่กลับมาแล้วทำถึงจริง ไม่ใช่แค่ขายชื่อเก่ากิน แต่ทำมาให้คนที่อยากเร็ว อยากเบา อยากได้ฟีลบอลติดเท้าได้ใช้ของที่ตอบโจทย์แบบตรงจุดที่สุดในยุคนี้แล้ว

สรุป

จุดเด่นหลัก

  • เน้นความเร็วล้วนๆ: ออกแบบมาเพื่อ "unlock acceleration, movement and speed" โดยเฉพาะ รุ่น Elite/Pro ใช้พื้น Sprintframe 360 หรือ Sprintshell 360 ดีดตัวดีมาก เวลาสปรินต์/เปลี่ยนทิศรู้สึกเบาเท้า
  • ฟีลบอลใกล้เท้า: อัปเปอร์ Fibertouch บางเฉียบ + ลาย Sprintweb 3D ช่วยจับบอล/เลี้ยงบอลติดเท้า ให้ฟีลสัมผัสบอลดีแต่ยังป้องกันเท้าได้
  • ใส่สบาย ไม่ต้องเบรกอินนาน: รีวิวหลายที่บอกว่า "good-to-go straight out of the box" ไม่กัด ไม่ต้องนวดก่อนลงสนามแต่บางคนเท้ากว้างเจอปัญหาเจ็บด้านข้างเท้าช่วงแรก เพราะแผ่นพื้นค่อนข้างกระชับ
  • ล็อกกระชับ: รุ่นท็อปใช้ Compression Fit Tunnel Tongue ช่วยล็อกข้อเท้า ไม่ขยับ
  • ตัวท็อป F50+ มี Lightstrike Pro: โฟมแบบเดียวกับรองเท้าวิ่ง ใส่ในแผ่นพื้น เพิ่มแรงส่งอีกนิด เหมาะกับเกมที่ตัดสินกันเสี้ยววินาที

Adidas F50 มีกี่รุ่น 

Adidas แบ่ง F50 เป็น Tier ตามระดับเทคโนโลยี คล้ายตระกูล X เดิม

  • F50+ Elite: ตัวท็อปสำหรับโปรหรือสายจริงจัง จุดเด่นคือ Lightstrike Pro กับ Fibertouch พรีเมียมสุด มีทั้งแบบ Laceless หรือมีเชือก พื้น FG
  • F50 Elite: สำหรับแข่งขันระดับสูง จุดเด่นคือ Fibertouch + Sprintweb 3D พื้น Sprintframe 360 ไม่มี Lightstrike Pro พื้น FG
  • F50 Elite Laceless: สำหรับคนที่ชอบฟีลไร้เชือก สเปคเหมือน Elite แต่ไร้เชือก ใช้ Compression Fit พื้น FG
  • F50 Pro: สำหรับกึ่งโปรหรือเล่นจริงจัง จุดเด่นคือ Fibertouch + Sprintweb 3D พื้น Sprintshell 360 น้ำหนักเบา พื้น FG
  • F50 League: สำหรับซ้อมหรือเล่นทั่วไป สเปคลดลงจาก Pro ราคาย่อมเยากว่า มีพื้น FG/AG/TF
  • F50 Club: สำหรับมือใหม่หรืองบประหยัด เป็นรุ่น Turf/พื้นแข็ง TF สเปคพื้นฐานสุด พื้น TF
  • รุ่นพิเศษ: สำหรับสะสมหรือแฟน Messi เช่น F50 Messi Elite 'VIS10N', F50+ 2010 Remake, F50 Elite Son Laceless พื้น FG

นอกจากนี้ยังมีแบ่งตามประเภทพื้น: FG ฟิร์มกราวด์, AG หญ้าเทียม, TF เทิร์ฟ, Mid-cut หุ้มข้อ

ราคาอ้างอิง

ราคาขึ้นกับรุ่น ประเทศ และโปรโมชั่น ราคานี้เป็น RRP ฝั่งอังกฤษ + ราคาขายจริงในไทย

ราคา Global แปลงเป็นเงินไทย

  • Budget Tier: ประมาณ 2,160–3,600 บาท รุ่น Club/Turf เด็ก/มือใหม่
  • Mid-Tier: ประมาณ 3,600–6,480 บาท League, Pro AG/FG
  • Premium: ประมาณ 6,480–9,000+ บาท Elite, F50+ Elite ประมาณ 11,500 บาท, F50 ประมาณ 10,120 บาท, F50 Laceless ประมาณ 10,580 บาท

ราคาขายไทย Supersports ลด 50%

  • F50 Elite FG: 8,500 บาท → ลดเหลือ 4,250 บาท
  • F50 Pro FG: 5,400 บาท → ลดเหลือ 2,700 บาท
  • ราคาเด็ก: เริ่มประมาณ 1,610 บาท ส่วนผู้ใหญ่เริ่มประมาณ 2,300 บาท

มือสอง/วินเทจ

  • F50 adizero TRX FG มือสองประมาณ 5,040 บาท, ของสะสมสภาพดีมากกว่า 10,800 บาท

ควรซื้อรุ่นไหน

  1. อยากได้เบาสุด เร็วสุด งบถึง: F50+ Elite หรือ F50 Elite มีเชือก/ไร้เชือก
  2. งบกลาง อยากได้ฟีลตัวท็อป: F50 Pro คุ้มสุด ฿2,700 ช่วงลดราคา
  3. เล่นหญ้าเทียม/เทิร์ฟ: F50 League TF หรือ Club TF
  4. เท้ากว้าง: หลายคนบอก F50+ หน้าแคบ อาจต้องเผื่อไซส์ หรือไป Predator/Copa Icon แทน
  5. สายสะสม: F50 Leather Remake หนังแท้นุ่มมาก ฟีลเหมือน Copa Icon แต่เร็วกว่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น