ช่วงนี้เดินไปสวนไหนหรือฟิตเนสแถวบ้านก็ต้องเห็นคนใส่ HOKA Clifton เต็มไปหมด รองเท้ารุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มใส่สบาย น้ำหนักเบา ดีไซน์เรียบแต่ดูดี ใส่วิ่งก็ได้ ใส่เดินเที่ยวทั้งวันก็ไม่ปวดเท้า เลยกลายเป็นคู่โปรดของสายสุขภาพและคนชอบเดินเยอะไปแล้ว
ด้วยราคาที่จับต้องได้และโปรโมชั่นลดบ่อย ทำให้ Clifton กลายเป็นตัวเลือกแรกของคนที่กำลังหารองเท้าวิ่งคู่ใจ หรืออยากได้รองเท้าคู่เดียวที่จบทั้งออกกำลังกายและใช้ชีวิตประจำวัน พื้นนุ่ม เด้งเบา ๆ ซัพพอร์ตดี ใส่แล้วรู้สึกอยากออกไปขยับตัวมากขึ้นทุกวัน
HOKA Clifton เป็นรองเท้าวิ่งที่เห็นคนใส่กันเยอะมากในสนามวิ่ง สวนสาธารณะ ไปจนถึงใส่เดินห้าง เพราะจุดเด่นคือความนุ่มที่ใส่สบายตั้งแต่วินาทีแรกที่สวม รุ่นล่าสุดคือ Clifton 10 ราคาป้ายปกติจะอยู่ประมาณ 5,400-5,700 บาท แต่ตามร้านกีฬาบ้านเราอย่าง Supersports จะตั้ง Clifton 9 ไว้ที่ 5,990 บาท และช่วงโปรโมชั่นลดเหลือแค่ 2,995 บาท ส่วน Clifton 10 ที่เป็นตัวใหม่ ราคาเริ่มต้นในไทยเคยเห็นที่ 4,200 บาทจากร้านรีเซล ส่วนราคาต่างประเทศที่แปลงเป็นเงินบาทแล้ว Clifton 10 จะตกคู่ละประมาณ 5,400 บาท และถ้าเจอช่วงเซลในเอาต์เล็ตหรือร้านดีลพิเศษ ราคาจะลงไปถึง 3,100-4,300 บาทเลยทีเดียว ทำให้เป็นรุ่นที่จับต้องได้ง่ายกว่ารองเท้าวิ่งสายซัพพอร์ตแบรนด์อื่นที่ราคาทะลุ 6,000-7,000 บาทไปแล้ว
ความรู้สึกตอนใส่ Clifton คือพื้นมันนุ่มแบบไม่ยวบ เดินแล้วรู้สึกว่าขามันไหลไปข้างหน้าเอง เพราะมีเทคโนโลยี Meta-Rocker ที่ออกแบบให้ส้นถึงปลายเท้ากลิ้งสมูทมาก เหมาะกับการวิ่งเพซสบาย ๆ วิ่งยาวคุมโซน หรือเอาไว้ใส่ซ้อมเก็บระยะทุกวัน รุ่น Clifton 10 มีการปรับดรอปเพิ่มเป็น 8 มิลลิเมตร จากเดิมที่ HOKA ชอบทำดรอปต่ำ ทำให้คนที่ติดรองเท้าดรอปสูงใส่แล้วไม่ต้องปรับตัวเยอะ และโฟมใหม่ที่ใส่เข้ามาทำให้รู้สึกเด้งส่งแรงมากกว่า Clifton 9 ชัดเจน ใส่วิ่ง 5 กิโล 10 กิโลแล้วขายังไม่ล้า และถ้าต้องเร่งความเร็วขึ้นมาเป็นเพซเทมโปก็ยังทำได้ ไม่ได้รู้สึกว่าหนักหรือหน่วงเท้า
คนที่ทำงานยืนทั้งวัน เดินเยอะ หรือต้องเดินเที่ยวต่างจังหวัดแบบวันละหมื่นก้าวขึ้นไปจะถูกใจรุ่นนี้เป็นพิเศษ เพราะอัปเปอร์เป็นผ้าถักระบายอากาศดี ไม่อับ และน้ำหนักเบาแค่ประมาณ 240-270 กรัม ใส่แล้วไม่รู้สึกว่าเป็นภาระเท้าเลย พื้นด้านในนุ่มจนคนที่มีอาการปวดเข่า ปวดฝ่าเท้าเวลาเดินนาน ๆ ใส่แล้วอาการดีขึ้น ร้านค้าหลายแห่งในต่างประเทศถึงขั้นโปรโมทว่าเหมาะกับคนที่ต้องยืนขายของ เดินในโรงพยาบาล หรือคุณแม่บ้านที่ต้องทำกิจกรรมทั้งวัน พอเอามาเทียบกับบริบทไทยก็คือเหมาะกับพนักงานออฟฟิศที่เลิกงานแล้วไปเดินสวนลุม คนขายของในตลาดที่ต้องยืนทั้งวัน หรือคนที่ชอบเดินห้างเสาร์อาทิตย์ยาว ๆ แบบไม่พัก
เรื่องหน้าเท้าก็ทำมาดี Clifton มีให้เลือกทั้งหน้าเท้าปกติและหน้าเท้ากว้าง ทำให้คนเท้าบานใส่ได้ไม่บีบนิ้ว และรุ่น Clifton 10 เพิ่มโครงสร้าง J-Frame เข้ามาช่วยประคองอุ้งเท้าเล็กน้อย สำหรับคนที่เท้าล้มเข้าในนิด ๆ แต่ไม่ได้ต้องการรองเท้าสาย stability จ๋า ๆ แบบ Gaviota ใส่รุ่นนี้ก็เอาอยู่ การซัพพอร์ตอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางนุ่ม ไม่ได้ดามจนแข็ง ทำให้คนที่เท้าปกติใส่แล้วไม่รู้สึกฝืน และยังมีตรารับรองจากสมาคมโรคเท้าของอเมริกา APMA Seal of Acceptance การันตีว่าช่วยเรื่องสุขภาพเท้าในระยะยาวได้จริง
อีกมุมที่ทำให้ Clifton น่าใช้คือความอเนกประสงค์ ดีไซน์รุ่นใหม่ ๆ ทำสีออกมาเรียบ คลีน แมตช์กับชุดทำงาน ชุดเที่ยวได้สบาย ไม่ได้ดูเป็นรองเท้าวิ่งจ๋าจนใส่ในชีวิตประจำวันแล้วเขิน รุ่น Clifton 10 ผู้ชายมีสีดำล้วนที่ดูลุคสตรีท ส่วนผู้หญิงมีสีครีม สีส้มพาสเทลที่ใส่กับกางเกงยีนส์หรือชุดเดรสก็รอด กลายเป็นรองเท้าคู่เดียวที่ใส่ไปวิ่งตอนเช้า แล้วเปลี่ยนชุดไปคาเฟ่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องพกอีกคู่ไปเปลี่ยน พื้นยาง Durabrasion ที่วางเป็นโซน ๆ ช่วยลดน้ำหนักรองเท้า แต่ก็ทนพอสำหรับพื้นถนนบ้านเรา ไม่สึกไวเกินไป
แม้ Clifton จะทำได้ดีเกือบทุกอย่าง แต่ถ้าชอบฟีลรองเท้าพื้นบาง ตอบสนองไว เน้นทำเวลาในงานแข่ง หรือต้องการซัพพอร์ตสำหรับคนเท้าล้มหนักมาก รุ่นนี้อาจไม่ใช่คำตอบ เพราะโฟมจะเน้นนุ่มนวลมากกว่าดีดแรง และโครงสร้างไม่ได้ดามข้อเท้าแน่นขนาดนั้น แต่ถ้ากำลังหารองเท้าวิ่งคู่แรก รองเท้าซ้อมทุกวัน หรือรองเท้าใส่เดินเที่ยวที่จบในคู่เดียว Clifton คือตัวเลือกที่คุ้มค่ามากในเรตราคา 2,995-5,990 บาท หาโปรดี ๆ ได้บ่อยตามแอปและร้านกีฬา ใส่วิ่งก็ได้ ใส่เดินก็สบาย น้ำหนักเบา พื้นทน และดีไซน์ไม่ตกเทรนด์
สภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนชื้น Clifton ก็เอาอยู่ เพราะผ้าด้านบนระบายอากาศดี วิ่งเสร็จไม่รู้สึกร้อนเท้า และพื้นรุ่นใหม่เกาะถนนดีแม้เจอพื้นเปียกนิดหน่อย เหมาะกับการซ้อมวิ่งเช้ามืดที่พื้นยังชื้น หรือวิ่งหลังฝนตกปรอย ๆ ตามสวนสาธารณะ ส่วนเรื่องไซส์แนะนำให้เผื่อ 0.5 เบอร์จากรองเท้าลำลองทั่วไป เพราะหน้าเท้าจะได้มีที่ขยับนิ้วเท้าตอนวิ่งยาว ไม่ชนจนเล็บม่วง ภาพรวมคือเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วรู้สึกว่าวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่ทรมานเท้า ทำให้อยากหยิบมาใส่ออกจากบ้านทุกวัน และเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเห็น Clifton เต็มสนามวิ่งไปหมดช่วงนี้
สรุป
- HOKA Clifton ราคาปกติอยู่ประมาณ 5,400-5,990 บาท รุ่น Clifton 9 และ 10 ในไทยเริ่มที่ 5,990 บาท แต่ช่วงโปรลดบ่อยเหลือ 2,995-4,200 บาท ถ้าเป็นร้านต่างประเทศราคาแปลงเป็นเงินไทยจะอยู่ช่วง 3,100-5,700 บาท ถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งซัพพอร์ตแบรนด์อื่น
- จุดเด่นคือพื้นนุ่ม น้ำหนักเบา ใส่สบายตั้งแต่ครั้งแรก มี Meta-Rocker ช่วยให้เท้ากลิ้งไปข้างหน้าลื่น ไม่กินแรง เหมาะวิ่งเพซสบาย วิ่งเก็บระยะทุกวัน หรือใส่ซ้อมยาว 5-10 กิโล Clifton 10 ปรับดรอปเป็น 8 มม. ใส่แล้วรู้สึกเด้งส่งกว่าเดิม เร่งความเร็วได้ด้วย
- ใส่เดินทั้งวันก็รอด คนยืนทำงาน เดินเที่ยว เดินห้าง ใส่แล้วไม่ปวดเท้า ผ้าระบายอากาศดี ไม่อับ มีหน้าเท้าปกติกับหน้าเท้ากว้างให้เลือก และรุ่น 10 เสริม J-Frame ช่วยประคองเท้าที่ล้มเล็กน้อย แต่ยังนุ่ม ไม่แข็งเกินไป ได้ตรา APMA รับรองเรื่องสุขภาพเท้า
- ดีไซน์เรียบ แมตช์ง่าย ใส่ไปวิ่ง ไปทำงาน ไปคาเฟ่ได้คู่เดียวจบ พื้นทน ใช้กับถนนบ้านเราได้ดี แต่ถ้าชอบรองเท้าพื้นบาง เน้นทำเวลา หรือเท้าล้มหนักมาก อาจต้องดูรุ่นอื่น สรุปคือเหมาะกับคนที่หารองเท้าวิ่งคู่แรก รองเท้าซ้อมทุกวัน หรือรองเท้าเดินเที่ยวที่ใส่สบาย ราคาไม่แรง หาโปรได้บ่อย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น